ไปดูมาแล้ว : Avengers Endgame (อเวนเจอร์ส เผด็จศึก)

May 23, 2019

ถึงตอนนี้ รายรับรวมทั่วโลกของ Endgame ที่รอเพียงแค่โค่นสถิติที่ Avatar เคยทำไว้ได้อีกแค่เพียงเรื่องเดียวก็จะทำให้ Endgame ครองสถิติหนังทำเงินสูงที่สุดในโลกแล้ว สถิตินี้คงไม่เกิดขึ้นง่ายๆหากไม่ได้เกิดจากการความฉลาดหลักแหลมของทีมเบื้องหลังที่วางแผน, ต่อยอด, เชื่อมโยง และทำทุกกลเม็ดเพื่อนำทุกอย่างมาสู่บทสรุปส่งท้ายใน Endgame ที่ถ้าจะให้เปรียบแล้ว มันคงเหมือนการเฉลิมฉลองของอะไรสักอย่างที่เดินทางผ่านช่วงเวลาหนึ่งมาอย่างยาวนานและทุกพลังของแฟนคลับมาร์เวลทั่วโลกให้มาร่วมสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันไม่ต่างไปจากการรวมพลังของเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่ในเรื่องเลย และบทสรุปของรายรับรวมก็ได้พิสูจน์แล้วว่า นี่คือยุคทองของซุปเปอร์ฮีโร่มาร์เวลอย่างแท้จริง คงอีกนานกว่าจะมีแฟรนไชส์เรื่องไหนมาโค่นสถิติอันน่าตื่นตะลึงนี้ได้!
 
แต่มันก็เป็นเรื่องธรรมดาที่เส้นทางของรายรับอาจจะสวนทางกับคุณภาพของหนัง ในกรณีของ Avengers : Endgame ซึ่งเป็นบทส่งท้ายที่ถูกเล่าต่อจาก Infinity War เมื่อปีที่แล้ว จะว่าไปคุณภาพของหนังก็อยู่ในระดับที่สมราคาและคุ้มค่ากับการรอคอยพอสมควร โดยเฉพาะกับฉากดราม่าที่หนังพยายามไม่รีบร้อนที่จะรวบรัดตัดตอนและถูกเล่าไปอย่างช้าๆเพื่อให้ผู้ชมได้ซึมซับกับอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัว ซึ่งในที่นี้ผู้ชมที่เป็นแฟนเดนตายตัวจริงคงจะเต็มอิ่มและได้เติมเต็มสิ่งที่ขาดหายไป อะไรที่หวังจะได้เห็นและอะไรที่ค้างคาใจมาตลอดก็จะถูกปลดปล่อยในภาคปิดท้ายนี้
 
หลังจากพลังดีดนิ้วอันลือลั่นของธานอสที่ทำให้มนุษย์อันตรธานหายจากจักรวาลไปถึงครึ่งโลก ไอเดียที่สุดแสนท้าทายในการย้อนมิติเวลาเพื่อชิงมณีขุมพลังทั้งหกก่อนที่จะถูกครอบครองโดยธานอสนั้น จุดเริ่มต้นมาจาก สก็อตต์ แลง ( พอล รัดด์ ) ที่ตื่นมาจากอีกมิติเวลาและพบว่าเขาได้สูญเสียเพื่อนร่วมโลกไปกว่าครึ่ง ในขณะที่พันธมิตรซุปเปอร์ฮีโร่ที่ยังมีชีวิตรอดจากภาคที่แล้วต่างสนใจในแผนการ "Time Heist " ของแลง แม้จะมีความขัดแย้งกันบ้างในแนวคิด ( โดยเฉพาะกับโทนี่ สตาร์ค ) แต่สุดท้ายทุกคนก็รวมพลังกันเป็นหนึ่งเดียวเพื่อพิทักษ์จักรวาลและเดินหน้าเผด็จศึกธานอสอย่างเต็มรูปแบบ



แน่นอนว่า Avengers : Endgame ถูกตั้งความหวังไว้กับแฟนหนังทั่วโลกอย่างสูงลิ่ว เราจะเห็นว่าแฟนเดนตายของมาร์เวลนั้นพร้อมที่จะให้การสนับสนุนและหาทุกคำตอบให้กับข้อสงสัยที่อาจจะมีตกหล่นไปบ้างในระหว่างนั่งชม แต่สำหรับผู้ชมที่ไม่ได้เป็นแฟนอันเหนียวแน่นของมาร์เวลก็อาจจะรู้สึกว่าพวกเขายังหวังที่จะได้เห็น "หนังสักเรื่อง" ที่มอบความบันเทิงได้อย่างคุ้มค่าโดยไม่ต้องพึ่งพาส่วนหนึ่งส่วนใดของหนังในจักรวาลมาร์เวลมารองรับ ( ซึ่งมันก็เป็นเรื่องยาก ) มันไม่ง่ายเลยที่ทีมเขียนบทจะจัดแจงตัวละครล้านแปดในหนังให้อยู่ในกรอบเวลานี้ได้อย่างสมบูรณ์โดยที่จะต้องคงความสนุกน่าติดตามและเข้าถึงคนดูทุกกลุ่มทั้งที่เป็นแฟนมาร์เวลและกลุ่มคนดูทั่วไป
 
ความผิดหวังเพียงจุดเดียวของหนังก็คือเรื่องราวของตัวละครแต่ละตัวนั้นไม่ได้ถูกเล่าในสัดส่วนที่พอดีกันสักเท่าไหร่ ตัวละครที่เป็นจุดขายเพียงไม่กี่ตัวที่ถูกขับเน้นให้มีความโดดเด่น แต่บางตัวก็ถูกกลืนหายหรือแทบจะไม่มีบทบาทอะไรในหนังเลย ฉากสำคัญที่ถูกปิดไว้ถือว่าทำได้อย่างมิดชิดตั้งแต่การปล่อยเทรเลอร์ทั้งสองเวอร์ชั่นเพื่อสับขาหลอก ทำให้ผู้ชมได้พบกับสิ่งที่เหนือความคาดหมายบนจอหนังไปพร้อมๆกันทั่วโลก เหล่านี้ถือเป็นความสำเร็จที่สร้างปรากฎการณ์ให้กับ Endgame และถือเป็นเครดิตงานสร้างอีกเรื่องที่คงจะถูกพูดถึงไปอีกนาน เมื่อบวกกับพลังดาราระดับหัวแถวที่ขนกันมาชุดใหญ่ ( แม้จะไม่ค่อยมีโอกาสได้แสดงศักยภาพทางการแสดงได้อย่างเต็มที่นัก ) รวมถึงงานด้านเทคนิคที่อยู่ในระดับที่ "ไม่ว้าวแต่ก็ไม่แย่" จึงทำให้ Endgame เป็นหนึ่งในหนังซุปเปอร์ฮีโร่ที่น่าจะถูกจัดให้อยู่ในทำเนียบ"ไม่ควรพลาด"กลุ่มเดียวกับ The Dark Knight ( 2008 ), The Iron Man ( 2008 ) และ Spider Man เวอร์ชั่นแซม ไรมี่ ในปี 2002 อะไรเทือกๆนั้นได้
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว






GAMES & PRIZES


App Downlaod IOS App Downlaod Android
เว็บไซต์นี้มีการเก็บข้อมูลการใช้งานของคุณเพื่อนำมาใช้วางแผนและบริหารเว็บไซต์ อ่านเพิ่มเติม