ดาวดูมาแล้ว

ไปดูมาแล้ว : Dumbo

Apr 22, 2019

ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใดเมื่อหนึ่งในโปรเจ็คต์การนำการ์ตูนคลาสสิคของดิสนี่ย์มาขึ้นจอในรูปแบบ Live Action ซึ่งเป็นการ์ตูนที่เด็กๆหลงรักทั่วโลกอย่าง Dumbo จะได้ผู้รับผิดชอบโปรเจ็คต์เป็นผู้กำกับสุดเซอร์อย่าง ทิม เบอร์ตัน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่คุณจะได้พบใน Dumbo ก็คือเรื่องราวการผจญภัยของช้างบินได้ตัวน้อยที่คงจะมาพร้อมกับความประทับใจในแบบของดิสนี่ย์ ( Dumbo คือหนึ่งในโปรเจ็คต์ของดิสนี่ย์ในการนำการ์ตูนมาสร้างสรรค์ใหม่กลุ่มเดียวกับ Beauty and The Beast ที่ฉายไปแล้วเมื่อปี 2017และ The Lion King กับ Aladdin ซึ่งกำลังจะเข้าฉาย ) แต่ผลงานใหม่ของเบอร์ตันเรื่องนี้กลับไม่ได้ทำให้ผู้ชมรู้สึกคุ้มค่าสมการรอคอยสักเท่าไหร่นัก มันคือการได้แรงบันดาลใจจากต้นฉบับเพื่อนำมาขยายความต่อโดยใส่รายละเอียดของตัวละครที่เป็นมนุษย์เข้าไปเพื่อให้เข้าถึงผู้ชมทุกกลุ่ม แต่ความพยายามของเบอร์ตันครั้งนี้กลับให้ผลลัพธ์ที่ค่อนข้างน่าเบื่อ ภาพโดยรวมของหนังเน้นขายเพียงแค่โปรดักชั่นกับเทคนิคงานสร้างในสไตล์ของเบอร์ตันเท่านั้น แต่เนื้อในของหนังคือความจืดชืดและไม่น่าติดตามเอาซะเลย
 
เบอร์ตันเปิดเรื่องมาด้วยการพาผู้ชมไปรู้จักกับคณะละครสัตว์ เมดิซี่บราเธอส์ โดยมี แม็กซ์ เมดิซี่ ( แดนนี่ เดอวีโต้ ) เป็นเจ้าของคณะละครซึ่งกำลังประสบกับปัญหาทางการเงิน โฮลต์ ฟาร์ริเออร์ ( โคลิน ฟาร์เรล ) อดีตนักแสดงประจำคณะที่เพิ่งกลับมาจากสงคราม เขาเสียแขนข้างหนึ่งและต้องดูแลช้างน้อยดัมโบ้ที่มีใบหูที่ใหญ่ผิดปกติและถูกมองว่าเป็นช้างที่ไร้ประโยชน์จึงถูกจับแยกจากอกแม่ไป สองพี่น้องหนูน้อยมิลลี่และโจ ผู้เข้าใจดัมโบ้และเห็นถึงพรสวรรค์พิเศษที่สามารถบินได้ของดัมโบ้ ต้องการพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าดัมโบ้เป็นช้างน้อยที่พิเศษและสามารถนำความรุ่งโรจน์กลับมาสู่คณะละครได้อีกครั้ง และนั่นก็เป็นในตอนที่ แวนเดเวเร่ ( ไมเคิล คีตัน ) เจ้าของสวนสนุก Dreamland อันยิ่งใหญ่ก็ต้องการได้ตัวดัมโบ้ไปเช่นกัน ทุกคนจะพาดัมโบ้ไปพบกับแม่ได้หรือไม่ และชะตากรรมของทุกชีวิตในคณะละครเมดิซี่จะเป็นอย่างไรต่อไป?



จริงๆแล้วประเด็นความสัมพันธ์ของตัวละครในมิติต่างๆใน Dumbo บทหนังยังสามารถนำมาแจกแจงเพื่อให้เห็นถึงความเกี่ยวโยงและความขัดแย้งกันได้น่าสนใจกว่านี้ แต่ดูเหมือนเบอร์ตันจะปล่อยผ่านมันไปและเน้นความตื่นตาของของงานด้านภาพมากกว่า ซึ่งต้องยอมรับว่างานโปรดักชั่นและความวิจิตรด้านภาพนั้นมีให้ผู้ชมได้อย่างเพลิดเพลินแน่นอน แต่ในส่วนของอารมณ์ของตัวละครและการนำพาสถานการณ์ให้ไปอยู่ในจุดที่ผู้ชมจะร่วมลุ้นไปด้วยนั้น ถ้าเทียบกับเรื่องอื่นๆของเบอร์ตัน มันก็จะถูกจัดอยู่ในกลุ่มของบทที่ขาดความน่าติดตามอย่าง Miss Peregrine's Home for Peculiar Children และ Dark Shadows และน่าเสียดายที่ทีมนักแสดงที่เต็มไปด้วยสุดยอดฝีมือไม่สามารถทำให้บทของพวกเขาดูน่าจดจำได้เลย
 
คุณภาพของ Dumbo อาจจะพอๆกับมินิซีรี่ส์ขนาดสั้นเกรดบีที่สร้างเพื่อให้ฉายทางทีวีสำหรับเด็กๆและครอบครัวมากกว่าการเป็นหนังฟอร์มยักษ์ที่ผู้ชมตั้งตารอ ความลุ่มลึกของตัวละครในหนังของเบอร์ตันก็เหมือนจะลดน้อยลงไปเรื่อยๆตามเวลา เราได้แต่หวังว่าจะได้เห็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซของเบอร์ตันในแบบ Sleepy Hollow อีกครั้ง!
 
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว






GAMES & PRIZES