ดาวดูมาแล้ว

ไปดูมาแล้ว : Green Book

Jan 10, 2019 / ดู 90 ครั้ง

นับตั้งแต่ There's Something About Mary ( 1998 ) ผลงานสุดปังของผู้กำกับ ปีเตอร์ ฟาเรลลี่ เมื่อ20ปีที่แล้ว หนังเรื่องต่อๆมาของเขาก็ดูเหมือนจะลดคุณภาพลงไปเรื่อยๆ ปีนี้เป็นที่น่ายินดีว่าการมาถึงของผลงานเรื่องใหม่ที่ชื่อ Green Book ทำให้ฟาเรลลี่กลับมาท็อปฟอร์มอีกครั้งอย่างสุดเซอร์ไพรส์ มันไม่่ได้เป็นแค่เพียงผลงานเบาสมองที่ขายเสน่ห์ของนักแสดงเท่านั้น แต่ประเด็นที่หนังส่งผ่านถึงคนดูนั้นดีงามจนเราอาจจะต้องจัดให้อยู่ในรายชื่อหนังดีที่ต้องดูเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่องอย่างเต็มใจ
 
Green Book สร้างจากเรื่องจริงที่มีฉากหลังเป็นอเมริกาทางตอนใต้ในปี 1962 มันเล่าถึงความสัมพันธ์ของ โทนี่ ลิป ( วิกโก้ มอร์เทนเซ่น ) หนุ่มผิวขาวอเมริกันอารมณ์ร้อนเชื้อสายอิตาลี กับ ดร. ดอน เชอร์ลี่ย์ ( มาเฮอร์ชาล่า อาลี ) นักเปียโนอัจฉริยะผิวดำจิตใจดี ทั้งสองต้องเดินทางด้วยกันตามเมืองต่างๆทางตอนใต้ โทนี่นั้นตกงานเนื่องจากผับที่เขาทำประจำอยู่ต้องปิดปรับปรุง เขาจึงจำใจต้องมารับงานขับรถให้กับดร .ดอน ซึ่งเป็นนักดนตรีผิวดำที่กำลังจะเปิดคอนเสิร์ตตามเมืองต่างๆทางตอนใต้ของอเมริกา แต่ปัญหาติดตรงที่ว่าตลอดการเดินทางนั้น ดร.ดอนต้องทนรับแรงกดดันจากการเหยียดสีผิวจากคนในพื้นที่ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่จากที่ดูเหมือนไม่ค่อยลงรอยกันสักเท่าไหร่ได้ค่อยๆเปลี่ยนมาเป็นความเข้าใจและเติมเต็มซึ่งกันและกันจนเกิดเป็นมิตรภาพที่ยั่งยืน
 
เมื่อดูพล็อตเรื่องของ Green Book ที่รูปแบบการเล่าเรื่องนั้นสามารถนำมาทำเป็นซีรี่ส์ได้สบายๆ แต่ฟาร์เรลลี่ก็จัดการกับทุกอย่างได้อย่างลื่นไหลและนำเสนออกมาด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างดราม่าและความเบาสมอง มันเป็นเวลา2ชั่วโมงกว่าๆบนจอหนังที่เต็มไปด้วยความสุขและเพลิดเพลิน



วิกโก้ มอร์เทนเซ่น และ มาเฮอร์ชาล่า อาลี คือคู่เคมีที่ลงตัวสุดๆ หนังออกแบบคาแร็คเตอร์ของทั้งคู่ได้อย่างมีเสน่ห์ มอร์เทนเซ่นมอบการแสดงที่ผู้ชมจะเคยเห็นเขาในบทแบบนี้มาก่อนอย่างแน่นอน และนับจากนี้เชื่อว่าบทตลกเบาสมองเนื้อหาดีๆจะต้องตกมาถึงมือเขาให้รับเล่นกันอย่างสนุกมือ ( เหมือนที่ครั้งหนึ่ง โรเบิร์ต เดอนีโร ก็เคยเปลี่ยนสไตล์ขึงขังมาเล่นบทตลกจนเวิร์คสุดๆมาแล้ว ) ส่วนมาเฮอร์ชาล่า อาลี นักแสดงเจ้าของรางวัลออสการ์เมื่อสองปีที่แล้ว สร้างคาแรคเตอร์ของชายผิวดำจิตใจอ่อนโยนที่พยายามอย่างสูงสุดที่จะเป็นพลเมืองดีของอเมริกาแต่ทำเท่าไหร่ก็ไม่ดีพอเพราะเป็นคนผิวสี ก็ถ่ายทอดตัวละครนี้ได้อย่างเข้าถึง ทั้งการพูดและภาษากายที่สื่อสารออกมา นี่คือตัวละครที่คนดูจะต้องตกหลุมรักและถูกพูดถึงไปอีกนาน
 
Green Book นำเสนอภาพของสังคมอเมริกันในยุค60 ที่คนดำยังไม่มีสิทธิ์มีเสียงได้อย่างลึกซึ้งคมคายผ่านโทนหนังที่ดูผ่อนคลายและเข้าถึงง่าย มันเป็นหนังที่ใครได้ชมก็ต้องหลงรัก ภาพรวมของหนังมีบทสรุปที่ช่วยยกระดับจิตใจคนให้สูงขึ้นจากการมองข้ามความแตกต่างทางชาติพันธุ์และสีผิวแล้วหันมาให้ความสำคัญกับความดีงามในจิตใจ
 
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว






GAMES & PRIZES