ดาวดูมาแล้ว

ไปดูมาแล้ว : Wildlife

Nov 27, 2018 / ดู 176 ครั้ง

** อาจมี keyword ที่สปอยล์เนื้อหาของหนัง
 
ครอบครัวเล็กๆ ที่ถูกนำเสนอผ่านจินตนาการของผู้กำกับวัยเพียง 34 อย่าง พอล ดาโน นั้นอาจจะมองบริบทของความเป็นพ่อแม่ลูกในมุมมองที่มีความเป็นผู้ใหญ่และตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะแนวคิดเกี่ยวกับความเป็นปัจเจกที่มนุษย์แต่ละคนนั้นย่อมมีความต้องการส่วนตัวเป็นพื้นฐาน มันจึงทำให้หลายๆครอบครัวมีช่วงเวลาที่น่าอึดอัดใจและน่าเศร้าใจอยู่บ้างและคงไม่มีใครอยากจดจำช่วงเวลาแย่ๆ เหล่านั้นแน่นอน แต่หากมองในอีกด้านด้วยสายตาที่เข้าใจต่อโลก มันก็คือบททดสอบเล็กๆ ที่มนุษย์ก็แค่ต้องผ่านมันไปให้ได้เท่านั้นเอง งานกำกับเรื่องแรกของนักแสดง พอล ดาโน เรื่องนี้จึงเปรียบดังผลงานที่จะนำผู้ชมไปสู่ความลึกซึ้งของอารมณ์มนุษย์ด้วยการนำเสนอที่แสนเรียบง่ายแต่ทรงพลัง และแม้จะเป็นหนังกำกับเรื่องแรกของเขา แต่ก็สามารถกรุยทางสู่บทบาทของคนทำงานเบื้องหลังได้อย่างน่าจับตามองมากทีเดียว
 
Wildlife มีฉากหลังเป็นมอนทาน่าในราวปี 1960 ครอบครัวบรินสันที่ประกอบด้วย เจอร์รี่ ( เจค จิลเลนฮาล ) ห้วหน้าครอบครัวที่ต้องจากบ้านไปทำงานเป็นพนักงานดับไฟป่าหลังจากที่ทำงานประจำในสนามกอล์ฟแล้วอาชีพการงานก็ไม่คืบหน้าไปไหน เจเน็ท ( แครี่ มุลลิแกน ) ภรรยาแสนสวยที่ต้องการหารายได้มาจุนเจือครอบครัวด้วยการไปเป็นครูสอนว่ายน้ำแต่เธอก็แอบไปมีสัมพันธ์ลับๆกับนักเรียนของเธอซึ่งเป็นนักธุรกิจใหญ่ที่มีฐานะดี และโจ ( เอ็ด อ็อกเซนโบลด์ ) ลูกชายคนเดียวของบ้านที่เฝ้ามองดูความเปลี่ยนแปลงของครอบครัวอย่างช้าๆ และความคิดของเขาก็ค่อยๆ เติบโตไปพร้อมกับเรื่องราวในครอบครัว



การถ่ายทอดงานด้านภาพของ Wildlife นั้นแสนละมุนและได้โทนภาพที่อบอุ่น อาจจะเป็นเพราะหนังไม่ได้มุ่งต้องการนำเสนอความเจ็บปวดของมนุษย์เพียงอย่างเดียว แต่จริงๆแล้วมันคือหนังดราม่าครอบครัวที่หาทางออกให้กับปัญหาได้อย่างจริงใจและตรงไปตรงมามากกว่า
 
บทเจเน็ทของมุลลิแกนนั้นมีความเรียกร้องให้ผู้ชมได้เข้าใจถึงหัวอกของผู้หญิงคนหนึ่งที่แม้จะมีครอบครัวแล้ว แต่ก็ยังต้องการมีชีวิตที่ "สุดเหวี่ยง" บ้าง มุลลิแกนมอบการแสดงอันลุ่มลึกและเต็มไปด้วยแววตาแห่งความเจ็บปวดที่ซ่อนอยู่ และนักแสดงอังกฤษผู้นี้ก็มาพร้อมกับสำเนียงมอนทาน่าอันน่าทึ่งอีกด้วย ส่วนจิลเลนฮาล แม้บทจะไม่มากเท่ามุลลิแกน แต่ก็มีช่วงเวลาที่ได้ปล่อยของในซีนดราม่าหนักหน่วงและจังหวะการรับส่งกับมุลลิแกนที่ลงตัวราวกับเป็นคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาแล้วจริงๆ และตัวละครที่เป็นจุดศูนย์กลางของเรื่องราวที่แท้จริงก็คือโจของอ็อกเซนโบลด์ในบทลูกชายที่เฝ้าดูความเป็นไปของพ่อแม่อย่างมีสติและไม่ปล่อยให้เหตุการณ์เตลิดไปไกลกว่าที่เป็นอยู่
 
Wildlife มีฉากจบที่น่าจดจำและสร้างบทสรุปให้กับครอบครัวบรินสันในแง่มุมที่งดงามแม้ว่าตัวละครจะต้องก้าวไปข้างหน้าเพียงลำพังในวันที่ทุกอย่างไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
 
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว






GAMES & PRIZES