ดาวดูมาแล้ว

ไปดูมาแล้ว : The Pool (นรก 6 เมตร)

Oct 02, 2018 / ดู 378 ครั้ง

ว่ากันว่าหนังที่ตัวละครแทบจะเล่นคนเดียวทั้งเรื่องในสถานที่แคบๆที่เต็มไปด้วยความกดดันนั้น ความยาวของหนังมีส่วนสำคัญมากที่จะทำให้หนังได้ภาพรวมที่โอเค ( อย่างน้อยหากต้องการให้หนังกระชับ มันจะต้องไม่ยาวเกินจำเป็น ) "The Pool นรก6เมตร" มีความยาวเพียงแค่91 นาที และดูเหมือนว่ามันก็มีองค์ประกอบที่พร้อมสำหรับการเป็นหนังระทึกขวัญฉายเดี่ยวได้สบายๆ เนื่องจากหนังถูกกำหนดสถานการณ์ที่น่าอึดอัดและน่าท้าทายไว้เต็มไปหมด แต่ท้ายที่สุดแล้วเรากลับพบว่าสิ่งที่หนังใส่เข้ามาให้พระเอกของเราต้องเจอนั้น แต่ละอย่างมันช่างดูพยายามและยัดเยียดจนน่ารำคาญ จนเราอาจจะต้องอุทานออกมาขณะนั่งดูว่า "จะอะไรนักหนาวะ!"
 
“The Pool นรก6เมตร “ เปิดฉากมาด้วยภาพของ เดย์ ( เคน ธีรเดช ) ที่นอนหลับหมดสติอยู่ในสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ที่ไม่มีน้ำ ขาของเขาถูกจระเข้งับ จากภาพที่เห็น ผู้ชมก็พอจะรับรู้ได้ว่า เดย์ต้องผ่านความท้าทายกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้ามาแล้วอย่างสาหัสสากรรจ์ จากนั้นภาพก็ตัดมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับเดย์ในหกวันก่อนหน้า..
 
เดย์เป็นจนท.ฝ่ายศิลป์ของกองถ่ายโฆษณาที่ใช้สระว่าน้ำแห่งหนึ่งมาเป็นโลเกชั่น เมื่อโปรเจ็คต์สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ทุกคนแยกย้ายกันกลับบ้าน เหลือเดย์ที่ขอนอนเล่นต่อในสระ เขาหลับยาวจนมารู้ตัวอีกทีว่าไม่สามารถปีนกลับขึ้นไปได้แล้วเพราะน้ำถูกถ่ายลงท่อจนเกือบหมด ( จริงๆตอนน้ำเริ่มลดเขาน่าจะฉุกคิดและขึ้นสระกลับบ้านไปได้ตั้งแต่แรกแล้ว ) เจ้าลัคกี้หมาสุดรักที่โดนล่ามโซ่ไว้ก็ไม่รู้จะเป็นตัวลัคกี้สมชื่อหรือเปล่า ส่วนจระเข้ที่หลุดออกมาจากที่ไหนสักแห่งก็กำลังคลืบคลานเข้ามาหา เขาไม่สามารถร้องขอความช่วยเหลือจากใครได้ ซ้ำร้ายแฟนสาวที่ตามมาหาเขาก็ลื่นล้มหัวฟาดพื้นหลับไม่ได้สติและต้องมาเป็นภาระในการเอาชีวิตรอดของเขาอีก!



จริงๆแล้ว “The Pool นรก6เมตร “ ออกจากจุดสตาร์ทได้อย่างน่าสนใจทีเดียว ผู้ชมจะได้พบกับโปรดักชั่นอันน่าเชื่อถือของสระร้างที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์สำหรับการเป็นหนังระทึกขวัญได้ดี ( อย่างน้อยการหาโลเกชั่นก็ต้องยกความดีความชอบให้กับทีมงาน ) การแสดงของ เคน ธีรเดช ในแบบนำเดี่ยวของเขาก็เรียกแฟนหนังให้เข้ามาอุดหนุนได้ประมาณหนึ่ง ( แม้ว่าคาแร็คเตอร์และหน้าตาที่หล่อเหลาเกินไปของเขาจะไม่ค่อยน่าเชื่อเท่าไหร่ในบทของจนท.ฝ่ายศิลป์ ) แต่จุดที่ทำให้เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงของหนังก็คือ บทภาพยนตร์ ที่ยังไม่ทำให้คนดูรู้สึกอินไปกับมันได้ เพราะน่าแปลกที่หนังมีองค์ประกอบและธีมที่เกี่ยวกับการต่อสู้ของมนุษย์ภายใต้สถานการณ์กดดัน ซึ่งมันก็น่าสนใจอยู่ แต่จุดพลิกผันที่หนังใส่เข้ามาแบบไม่ออมมือเลยนั้น ทำให้ทุกอย่างดูจงใจเกินไป มันดูพยายามทำให้ตัวละครต้องเจอกับอุปสรรคที่มากเกินไปโดยตัวบทไม่มีชั้นเชิงของการคิดแก้ปัญหาให้กับตัวละครที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกอยากเอาใจช่วยได้ ความรู้สึกร่วมในอารมณ์ที่เรากำลังนั่งดูหนังเอาชีวิตรอดที่ดีงามในแบบ Buried ( 2010 ) ในช่วงแรกๆนั้น ค่อยๆกลายมาเป็นหนังแอ็คชั่นฮีโร่ในแบบเดอะร็อคซะงั้น
 
ความจริงการแสดงของ เคน ธีรเดช ก็ไม่ได้ย่ำแย่อะไร แต่น่าเสียดายที่บทพูดของเขาในแต่ละซีนที่ถูกยัดเยียดเข้ามานั้น บางไดอะล็อกดูเชยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ตรงหน้าเลย บทภาพยนตร์บางซีนของ The Pool ควรจะถ่ายทอดออกมาด้วยความรู้สึกจากแววตาท่าทางมากกว่าจะเป็นบทสนทนา เพราะหลายครั้งที่ฟังแล้วไม่น่าจะนำมาใช้พูดในสถานการณ์ที่ตัวละครต้องตกอยู่ในวินาทีแห่งความเป็นความตายเช่นนี้ ( เช่น “อย่าดื้อนะ” ที่เดย์พูดกับแฟนสาวในสถานการณ์ที่ทั้งหิว เหนื่อยล้า และมีจระเข้ ! เป็นต้น )
 
หนังพยายามจะนำสถานการณ์ที่ตัวละครต้องเจอเพื่อเปรียบเทียบกับการก้าวข้ามอุปสรรคของชีวิตด้วยการใช้สัญลักษณ์ต่างๆเยอะแยะเต็มไปหมด แต่ทุกอย่างก็ทำไปอย่างผิวเผิน ผู้ชมไม่ได้รู้สึกว่านี่คือการเปรียบเทียบที่คมคายอะไร ยิ่งกว่านั้น ความยาวเพียง 91 นาทีของหนังแต่กลับทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าทำไมมันยาวนานเหลือเกิน
 
- เขียนโดย คุณนครินทร์ เพจไปดูมาแล้ว






GAMES & PRIZES